ป่าไม่ผลัดใบป่าไม้ไม่ผลัดใบ (Evergreen Forest) ป่าประเภทนี้มีประมาณ 30 translation - ป่าไม่ผลัดใบป่าไม้ไม่ผลัดใบ (Evergreen Forest) ป่าประเภทนี้มีประมาณ 30 English how to say

ป่าไม่ผลัดใบป่าไม้ไม่ผลัดใบ (Evergr



ป่าไม่ผลัดใบ

ป่าไม้ไม่ผลัดใบ (Evergreen Forest) ป่าประเภทนี้มีประมาณ 30% ของเนื้อที่ป่าทั้งประเทศ สามารถแบ่งย่อยออกไปได้อีก 4 ชนิด ดังนี้
- ป่าดิบเมืองร้อน (Tropical Evergreen Forest) เป็นป่าที่อยู่ในเขตที่มีมรสุมพัดผ่านอยู่เกือบตลอดทั้งปี มีปริมาณน้ำฝนมาก ดินมีความชื้นอยู่ตลอดเวลา ขึ้นอยู่ทั้งในที่ราบและที่เป็นภูเขาสูง มีกระจายอยู่ทั่วไปตั้งแต่ภาคเหนือไปถึงภาคใต้ แบ่งย่อยตามสภาพความชุ่มชื้นและความสูงต่ำของภูมิประเทศ ได้ดังนี้
- ป่าดิบชื้น (Tropical Rain Forest) ป่าชนิดนี้โดยทั่วไปเรียกว่าป่าดงดิบเป็นป่าที่มีอยู่ทั่วไปในทุกภาคของ ประเทศ และมากที่สุดแถบชายฝั่งภาคตะวันออก เช่น ระยอง จันทบุรี และที่ภาคใต้ ซึ่งมีปริมาณน้ำฝนตกมากกว่าภาคอื่น ๆ ลักษณะทั่วไปมักเป็นป่ารกทึบ ประกอบด้วยพันธุ์ไม้มากมายหลายร้อยชนิด ต้นไม้ส่วนใหญ่เป็นวงศ์ยาง มีลำต้นสูงใหญ่ตั้งแต่ 30-50 เมตร พื้นป่ามักรกทึบประกอบด้วยไม้พุ่ม ปาล์ม หวาย เถาวัลย์
- ป่าดิบแล้ง (Dry Evergreen Forest) มีอยู่ทั่วไปตามภาคต่าง ๆ ของประเทศ ตามที่ราบเรียบหรือตามหุบเขา มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 500 เมตร และมีปริมาณน้ำฝนระหว่าง 1,000-1,500 ม.ม. พันธุ์ไม้ที่สำคัญ เช่น ยางแดง มะค่าโมง เป็นต้น พื้นที่ป่าชั้นล่างจะไม่หนาแน่นและค่อนข้างโล่งเตียน
- ป่าดิบเขา (Hill Evergreen Forest) เป็นป่าที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล ตั้งแต่ 1,000 เมตรขึ้นไป ส่วนใหญ่อยู่บนเทือกเขาสูงทางภาคเหนือ และบางแห่งในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ที่ทุ่งแสลงหลวง จังหวัดพิษณุโลกและเพชรบูรณ์ เป็นต้น มีปริมาณน้ำฝนระหว่าง 1,000-2,000 ม. พืชที่สำคัญได้แก่ไม้วงศ์ก่อ เช่น ก่อสีเสียด ก่อตาหมูน้อย อบเชย กำลังเสือโคร่ง เป็นต้น บางทีก็มีสนเขาขึ้นปะปนอยู่ด้วย ส่วนไม้พื้นล่างเป็นพวกเฟิร์น กล้วยไม้ดิน มอสต่าง ๆ ป่าชนิดนี้มักอยู่บริเวณต้นน้ำลำธาร

- ป่าสน (Coniferous Forest) ป่าสนมีกระจายอยู่เป็นหย่อม ๆ ตามภาคเหนือ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง เพชรบูรณ์ และที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดเลย ศรีสะเกษ สุรินทร์ และอุบลราชธานี มีอยู่ตามที่เขาและที่ราบบางแห่งที่มีระดับสูงจากน้ำทะเลตั้งแต่ 200 เมตรขึ้นไป บางครั้งพบขึ้นปนอยู่กับป่าแดงและป่าดิบเขา ป่าสนมักขึ้นในที่ดินไม่อุดมสมบูรณ์ เช่น สันเขาที่ค่อนข้างแห้งแล้ง ประเทศไทยมีสนเขาเพียง 2 ชนิดเท่านั้น คือสนสองใบและสนสามใบ และพวกก่อต่าง ๆ ขึ้นปะปนอยู่ พืชชั้นล่างมีพวกหญ้าต่าง ๆ

- ป่าพรุ (Swamp Forest) คือป่าที่อยู่ตามที่ราบลุ่มมีน้ำขังอยู่เสมอและตามริมฝั่งทะเลที่มีโคลนเลน ทั่ว ๆ ไป ปริมาณน้ำฝนไม่น้อยกว่า 2,000 ม.ม.ต่อปี แบ่งเป็นย่อย ๆ ได้ 2 ชนิดคือ
- ป่าพรุหรือป่าบึงน้ำจืด (Fresh Water Swamp Forest) ป่าประเภทนี้อยู่ถัดจากชายฝั่งทะเลเข้ามา จะมีน้ำท่วมหรือชื้นแฉะตลอดปี ดินมักเป็นทรายหรือโคลนตมพันธุ์ไม้ที่ขึ้นอยู่ เช่น สำโรง กะเบาน้ำ กันเกรา เป็นต้น
- ป่าชายเลน (Mangrove Swamp Forest) ป่าชนิดนี้จะขึ้นอยู่ตามชายฝั่งทะเลที่มีดินโคลนและน้ำทะเลท่วมถึง เช่น ตามชายฝั่งตะวันตกตั้งแต่ระนองถึงสตูลแถบอ่าวไทยตั้งแต่สมุทรสงครามถึงตราด และจากประจวบคีรีขันธ์ลงไปถึงนราธิวาส ไม้ที่สำคัญเช่น ไม้โกงกางใบเล็ก โกงกางใบใหญ่ แสม เป็นต้น

- ป่าชายหาด (Beach Forest) เป็นป่าที่มีอยู่ตามชายฝั่งทะเลที่เป็นดินกรวด ทรายและโขดหินพันธุ์ไม้จะต่างจากที่ที่น้ำท่วมถึง ถ้าชายฝั่งเป็นดินทรายก็มีสนทะเล พืชชั้นล่างก็จะมีพวกตีนนก และพันธ์ไม้เลื้อยอื่น ๆ อีกบางชนิด ถ้าเป็นกรวดหรือหิน พันธุ์ไม้ที่ขึ้นส่วนใหญ่ก็เป็นพวกกระทิง หูกวาง เป็นต้น
0/5000
From: -
To: -
Results (English) 1: [Copy]
Copied!
ป่าไม่ผลัดใบป่าไม้ไม่ผลัดใบ (Evergreen Forest) ป่าประเภทนี้มีประมาณ 30% ของเนื้อที่ป่าทั้งประเทศ สามารถแบ่งย่อยออกไปได้อีก 4 ชนิด ดังนี้ - ป่าดิบเมืองร้อน (Tropical Evergreen Forest) เป็นป่าที่อยู่ในเขตที่มีมรสุมพัดผ่านอยู่เกือบตลอดทั้งปี มีปริมาณน้ำฝนมาก ดินมีความชื้นอยู่ตลอดเวลา ขึ้นอยู่ทั้งในที่ราบและที่เป็นภูเขาสูง มีกระจายอยู่ทั่วไปตั้งแต่ภาคเหนือไปถึงภาคใต้ แบ่งย่อยตามสภาพความชุ่มชื้นและความสูงต่ำของภูมิประเทศ ได้ดังนี้ - ป่าดิบชื้น (Tropical Rain Forest) ป่าชนิดนี้โดยทั่วไปเรียกว่าป่าดงดิบเป็นป่าที่มีอยู่ทั่วไปในทุกภาคของ ประเทศ และมากที่สุดแถบชายฝั่งภาคตะวันออก เช่น ระยอง จันทบุรี และที่ภาคใต้ ซึ่งมีปริมาณน้ำฝนตกมากกว่าภาคอื่น ๆ ลักษณะทั่วไปมักเป็นป่ารกทึบ ประกอบด้วยพันธุ์ไม้มากมายหลายร้อยชนิด ต้นไม้ส่วนใหญ่เป็นวงศ์ยาง มีลำต้นสูงใหญ่ตั้งแต่ 30-50 เมตร พื้นป่ามักรกทึบประกอบด้วยไม้พุ่ม ปาล์ม หวาย เถาวัลย์ - ป่าดิบแล้ง (Dry Evergreen Forest) มีอยู่ทั่วไปตามภาคต่าง ๆ ของประเทศ ตามที่ราบเรียบหรือตามหุบเขา มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 500 เมตร และมีปริมาณน้ำฝนระหว่าง 1,000-1,500 ม.ม. พันธุ์ไม้ที่สำคัญ เช่น ยางแดง มะค่าโมง เป็นต้น พื้นที่ป่าชั้นล่างจะไม่หนาแน่นและค่อนข้างโล่งเตียน - ป่าดิบเขา (Hill Evergreen Forest) เป็นป่าที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล ตั้งแต่ 1,000 เมตรขึ้นไป ส่วนใหญ่อยู่บนเทือกเขาสูงทางภาคเหนือ และบางแห่งในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ที่ทุ่งแสลงหลวง จังหวัดพิษณุโลกและเพชรบูรณ์ เป็นต้น มีปริมาณน้ำฝนระหว่าง 1,000-2,000 ม. พืชที่สำคัญได้แก่ไม้วงศ์ก่อ เช่น ก่อสีเสียด ก่อตาหมูน้อย อบเชย กำลังเสือโคร่ง เป็นต้น บางทีก็มีสนเขาขึ้นปะปนอยู่ด้วย ส่วนไม้พื้นล่างเป็นพวกเฟิร์น กล้วยไม้ดิน มอสต่าง ๆ ป่าชนิดนี้มักอยู่บริเวณต้นน้ำลำธาร

- ป่าสน (Coniferous Forest) ป่าสนมีกระจายอยู่เป็นหย่อม ๆ ตามภาคเหนือ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง เพชรบูรณ์ และที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดเลย ศรีสะเกษ สุรินทร์ และอุบลราชธานี มีอยู่ตามที่เขาและที่ราบบางแห่งที่มีระดับสูงจากน้ำทะเลตั้งแต่ 200 เมตรขึ้นไป บางครั้งพบขึ้นปนอยู่กับป่าแดงและป่าดิบเขา ป่าสนมักขึ้นในที่ดินไม่อุดมสมบูรณ์ เช่น สันเขาที่ค่อนข้างแห้งแล้ง ประเทศไทยมีสนเขาเพียง 2 ชนิดเท่านั้น คือสนสองใบและสนสามใบ และพวกก่อต่าง ๆ ขึ้นปะปนอยู่ พืชชั้นล่างมีพวกหญ้าต่าง ๆ

- ป่าพรุ (Swamp Forest) คือป่าที่อยู่ตามที่ราบลุ่มมีน้ำขังอยู่เสมอและตามริมฝั่งทะเลที่มีโคลนเลน ทั่ว ๆ ไป ปริมาณน้ำฝนไม่น้อยกว่า 2,000 ม.ม.ต่อปี แบ่งเป็นย่อย ๆ ได้ 2 ชนิดคือ
- ป่าพรุหรือป่าบึงน้ำจืด (Fresh Water Swamp Forest) ป่าประเภทนี้อยู่ถัดจากชายฝั่งทะเลเข้ามา จะมีน้ำท่วมหรือชื้นแฉะตลอดปี ดินมักเป็นทรายหรือโคลนตมพันธุ์ไม้ที่ขึ้นอยู่ เช่น สำโรง กะเบาน้ำ กันเกรา เป็นต้น
- ป่าชายเลน (Mangrove Swamp Forest) ป่าชนิดนี้จะขึ้นอยู่ตามชายฝั่งทะเลที่มีดินโคลนและน้ำทะเลท่วมถึง เช่น ตามชายฝั่งตะวันตกตั้งแต่ระนองถึงสตูลแถบอ่าวไทยตั้งแต่สมุทรสงครามถึงตราด และจากประจวบคีรีขันธ์ลงไปถึงนราธิวาส ไม้ที่สำคัญเช่น ไม้โกงกางใบเล็ก โกงกางใบใหญ่ แสม เป็นต้น

- ป่าชายหาด (Beach Forest) เป็นป่าที่มีอยู่ตามชายฝั่งทะเลที่เป็นดินกรวด ทรายและโขดหินพันธุ์ไม้จะต่างจากที่ที่น้ำท่วมถึง ถ้าชายฝั่งเป็นดินทรายก็มีสนทะเล พืชชั้นล่างก็จะมีพวกตีนนก และพันธ์ไม้เลื้อยอื่น ๆ อีกบางชนิด ถ้าเป็นกรวดหรือหิน พันธุ์ไม้ที่ขึ้นส่วนใหญ่ก็เป็นพวกกระทิง หูกวาง เป็นต้น
Being translated, please wait..
Results (English) 2:[Copy]
Copied!


Forest, evergreen forest Evergreen (Evergreen Forest) wild type, with about 30% of the forest area of the country. Another possibility could be subdivided into four types - evergreen tropical (Tropical Evergreen Forest) The forest is located in a hurricane swept through almost the entire year. There rainfall Soil moisture is constantly Based both on the plains and the mountains. There are scattered from north to south. Subdivided according to moisture and low height of the terrain below - Rainforest (Tropical Rain Forest) wild species commonly called evergreen forests are common in the country and most of the east coast like Rayong. Chanthaburi and the south, where rainfall has fallen more than other sectors generally characterized by a dense jungle. Plants contain many hundreds of species. Most of the rubber tree family The trunk is huge, ranging from 30-50 meters, the forest floor is composed of dense shrubs, vines, rattan palm - dry (Dry Evergreen Forest) are available online by various sectors of the country as smooth or the valley. With a height of about 500 meters above sea level and rainfall between 1000-1500 mm important species such as red rubber Maceaomg forest floor is not dense and relatively bare - Local (Hill Evergreen Forest. ) is a forest above the sea level from 1000 meters up the mountain on the north. And somewhere in Central and Northeast as the Tung Salang highway. Phitsanulok and Phetchabun etc. rainfall between 1000-2000 m. The plants include the wood species such as the little pig eyes the spices cinnamon tiger or perhaps a mix up with Black. The ground is upon ferns, orchids soil Moss various species are usually located upstream - Black Forest (Coniferous Forest) pine forest with scattered patches of the north, such as Chiang Mai, Mae Hong Son, Lampang, Phetchabun and the East. The northern province of Si Sa Ket, Surin and Ubon Ratchathani. According to him, there are plains and some of which have high levels of seawater from 200 meters to more contaminants sometimes found on deciduous and evergreen forest. Forest land, often in relatively infertile as barren ridge. Thailand has only two pine species is only two pine and fir. And the formation of the mixture of plant floor with the grass variety - Swamp (Swamp Forest) is a forest in the lowlands are flooded regularly and along the coast with mud around rainfall. No less than 2000 m. m. per year is divided into two sub-types - swamp, freshwater swamp forests (Fresh Water Swamp Forest) is located next to the coastal forest sector came. Are flooded or damp all year. The soil is sandy or muddy bog vegetation that grows as Samrong shift light water Kanekra etc. - mangrove (Mangrove Swamp Forest) wild species depend on coastal mud and sea water flooding, such as the West Coast since. Ranong to Satun, Thailand from Samut Gulf of Thailand. And the shortlist down to Narathiwat. Such as wood Mangrove leaves, mangrove mangrove leaves, etc. - Forest Beach (Beach Forest) is a forest along the coast are gravel. Sand, rocks and vegetation are different from the flood. If the soil is sandy coast is pine. Tin Nok plant floor will have them. Ivy League and other species if it is gravel or stone. Most vegetation is so Malabar Bull.













Being translated, please wait..
Results (English) 3:[Copy]
Copied!




forest evergreen evergreen forest (Evergreen Forest) forest types is about 30% of forests throughout the country. Can be divided out again 4 types as follows:
.- tropical evergreen forest (Tropical Evergreen Forest) is a forest in the field with the monsoon wind is almost throughout the year, minimal quantity rainfall. Soil moisture content at all times. Based both in the plains and a tall mountain.Broken down according to the condition of moisture and the height of the topography, as follows:
.- tropical rain forest (Tropical Rain Forest) this species commonly called evergreen forest is available to the general in all sectors of the country and the most eastern coast Such as, Rayong, Chanthaburi and southern, which rainfall fell more than any other sectorMany plants contain several hundred kinds. Most tree is a family rubber with tall stem from 30-50 meters. The church consists of a dense forest and shrub palm rattan vine
.- evergreen forest (Dry Evergreen Forest) is common in various sectors of the country as smooth or along the valley. With a height of above sea level, about 500 meters and rainfall between 1 000-1 500,,.
Being translated, please wait..
 
Other languages
The translation tool support: Afrikaans, Albanian, Amharic, Arabic, Armenian, Azerbaijani, Basque, Belarusian, Bengali, Bosnian, Bulgarian, Catalan, Cebuano, Chichewa, Chinese, Chinese Traditional, Corsican, Croatian, Czech, Danish, Detect language, Dutch, English, Esperanto, Estonian, Filipino, Finnish, French, Frisian, Galician, Georgian, German, Greek, Gujarati, Haitian Creole, Hausa, Hawaiian, Hebrew, Hindi, Hmong, Hungarian, Icelandic, Igbo, Indonesian, Irish, Italian, Japanese, Javanese, Kannada, Kazakh, Khmer, Kinyarwanda, Klingon, Korean, Kurdish (Kurmanji), Kyrgyz, Lao, Latin, Latvian, Lithuanian, Luxembourgish, Macedonian, Malagasy, Malay, Malayalam, Maltese, Maori, Marathi, Mongolian, Myanmar (Burmese), Nepali, Norwegian, Odia (Oriya), Pashto, Persian, Polish, Portuguese, Punjabi, Romanian, Russian, Samoan, Scots Gaelic, Serbian, Sesotho, Shona, Sindhi, Sinhala, Slovak, Slovenian, Somali, Spanish, Sundanese, Swahili, Swedish, Tajik, Tamil, Tatar, Telugu, Thai, Turkish, Turkmen, Ukrainian, Urdu, Uyghur, Uzbek, Vietnamese, Welsh, Xhosa, Yiddish, Yoruba, Zulu, Language translation.

Copyright ©2025 I Love Translation. All reserved.

E-mail: